Author : toey.piyawan@bon8creative.com
Share

รกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมที่รุนแรงและอาจเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหันในช่วงที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ โดยปกติแล้ว รก (Placenta) ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมโยงชีวิตระหว่างคุณแม่และทารก ทำหน้าที่ส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารจากกระแสเลือดของคุณแม่ไปยังลูกน้อย รวมถึงการกำจัดของเสียออกจากร่างกายทารก รกจะเกาะติดแน่นอยู่ที่ผนังมดลูกจนกว่ากระบวนการคลอดจะเสร็จสิ้น และจะลอกตัวออกมาหลังจากทารกคลอดเรียบร้อยแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากรกเริ่มแยกตัวหรือลอกตัวออกจากผนังมดลูกก่อนที่ทารกจะคลอด จะส่งผลให้ออกซิเจนไม่สามารถส่งผ่านไปยังทารกทันที
ภาวะนี้ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งกับคุณแม่และทารกหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป แต่พบได้บ่อยที่สุดในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์

ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด มีกี่ประเภท
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดเกิดจากการที่มีเลือดออกระหว่างผนังมดลูก (Decidua Basalis) และรก แรงดันของเลือดที่สะสมอยู่จะไปเซาะให้รกลอกตัวออกมาจากกล้ามเนื้อมดลูก เมื่อรกเริ่มลอกตัว พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกจะลดลงทันที ส่งผลให้ทารกเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากการขาดออกซิเจน โดยประเภทของรกลอกตัวสามารถแบ่งได้ดังนี้
ประเภทของรกลอกตัวแบ่งได้ตามลักษณะการมีเลือดออกเป็น 2 รูปแบบหลัก
- การลอกตัวแบบเห็นเลือดชัดเจน (Revealed Abruption): เลือดที่ออกมาจะไหลผ่านปากมดลูกลงมาทางช่องคลอด คุณแม่จะสังเกตเห็นเลือดไหลออกมาได้อย่างชัดเจน
- การลอกตัวแบบเลือดขังภายใน (Concealed Abruption): เลือดจะขังอยู่ด้านหลังรกและไม่ไหลออกมาทางช่องคลอด ภาวะนี้อันตรายกว่าเนื่องจากวินิจฉัยได้ยากและล่าช้ากว่าจาก ที่คุณแม่จะมีอาการปวดท้องรุนแรงและมดลูกแข็งเกร็งผิดปกติ โดยที่ไม่เห็นเลือดออกมาหรือออกมาปริมาณน้อยมาก
นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งระดับความรุนแรง (Grading) ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงที่สุด ซึ่งในระดับรุนแรงนั้นอาจทำให้คุณแม่เกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือดและทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดรกลอกตัวก่อนกำหนด
แม้ว่าในปัจจุบันทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุ ที่ทำให้จู่ ๆ รกลอกตัวออกมาได้ในทุกกรณี แต่จากการรวบรวมแ วิเคราะห์ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงอ้างอิงจากโรงพยาบาลชั้นนำ พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะนี้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
- ภาวะความดันโลหิตสูง: ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงเรื้อรังหรือความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Preeclampsia) ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยและสำคัญ
- อุบัติเหตุและการกระแทกบริเวณหน้าท้อง: เช่น การล้ม การถูกกระแทกแรงๆ หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือสายเซฟตี้เบลท์ (Safety Belt) กระชากทำให้เกิดแรงที่ทำให้รกลอกตัวทันที
- ประวัติการเกิดรกลอกตัวในครรภ์ก่อนหน้า: คุณแม่ที่เคยประสบภาวะนี้มาก่อน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดซ้ำในครรภ์ถัดไปได้มาก
- พฤติกรรมการสูบบุหรี่หรือการใช้สารเสพติด: สารพิษส่งผลให้หลอดเลือดหดตัวและรกเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
- ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด (PROM): การที่ถุงน้ำคร่ำแตกกะทันหันทำให้อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของแรงดันภายในมดลูกอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลให้รกลอกตัวก่อนได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำคร่ำเยอะ
- อายุของคุณแม่: คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป มีสถิติการเกิดภาวะนี้สูงกว่ากลุ่มคุณแม่ที่อายุน้อย

สัญญาณเตือนที่แม่ท้องต้องสังเกตและห้ามละเลย
อาการของภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดอาจแสดงออกแตกต่างกันไป ตามระดับความรุนแรง แต่คุณแม่ควรเฝ้าระวังอาการหลักที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ดังนี้
- เลือดออกทางช่องคลอด: เลือดจะมีสีแดงสด ปริมาณอาจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะการลอกตัว
- อาการปวดท้องกะทันหันและรุนแรง: มักเป็นการปวดมากแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่การปวดเป็นพักๆ เหมือนเจ็บครรภ์คลอดปกติ
- มดลูกแข็งตัวผิดปกติ: เมื่อคลำหน้าท้องจะรู้สึกว่ามดลูกแข็งเกร็งตลอดเวลาเหมือนไม้กระดาน และจะมีอาการเจ็บเมื่อถูกสัมผัสบริเวณมดลูก
- ทารกไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยลง: หากทารกเริ่มขาดออกซิเจน การเคลื่อนไหวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- อาการวิงเวียนและช็อก: หน้ามืด ใจสั่น ตัวเย็น เหงื่อออก ซึ่งเป็นสัญญาณของการสูญเสียเลือดปริมาณมากในร่างกาย
อันตรายและภาวะแทรกซ้อนจากการที่รกลอกตัวก่อนเวลา
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบการทำงานของร่างกายทั้งคุณแม่และทารก
อันตรายต่อทารกในครรภ์
- ภาวะขาดออกซิเจน (Fetal Distress): ทำให้ทารกมีโอกาสพิการทางสมองหรือเสียชีวิตในครรภ์ได้
- การคลอดก่อนกำหนด (Preterm Birth): แพทย์มักจำเป็นต้องให้ทารกคลอดทันทีเพื่อรักษาชีวิต ซึ่งอาจทำให้ทารกมีปัญหาเรื่องการหายใจและพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์
- ภาวะตัวเล็กหรือโตช้าในครรภ์: มักสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงหรือครรภ์เป็นพิษ
อันตรายต่อคุณแม่
- ผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน (Emegency cesarean section) ภาวะนี้อาจต้องผ่าตัดคลอดฉุกเฉินหากเลือกออกมากหรือตรวจพบทารกมีโอกาสเสียชีวิตในครรภ์สูง
- ภาวะตกเลือดรุนแรง (Hemorrhage): นำไปสู่การช็อกและเสียเลือดจนต้องได้รับเลือดในปริมาณมาก
- ภาวะเลือดไม่แข็งตัว (DIC): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการที่ร่างกายใช้ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดไปจนหมดในกระบวนการพยายามหยุดเลือดในมดลูก
- ภาวะไตวายเฉียบพลัน: จากการที่ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ
- การตัดมดลูก (Hysterectomy): ในกรณีที่เลือดออกไม่หยุดและกล้ามเนื้อมดลูกไม่หดตัว แพทย์อาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่
การวินิจฉัยและการบริหารจัดการทางการแพทย์
เมื่อคุณแม่มาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการสงสัยรกลอกตัวก่อนกำหนด ทีมแพทย์จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน ตามขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้
- การตรวจร่างกายและประเมินสัญญาณชีพ: ตรวจการแข็งตัวของมดลูกและภาวะช็อกของคุณแม่
- การตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจทารก (Fetal Monitoring): เพื่อประเมินความเสี่ยงและภาวะวิกฤตของทารก
- การทำอัลตราซาวนด์: เพื่อหาตำแหน่งของลิ่มเลือดหลังรก (Retroplacental Hematoma) แม้ว่าการอัลตราซาวนด์จะไม่สามารถมองเห็นรกลอกตัวได้ชัดเจนในทุกราย แต่ช่วยคัดกรองภาวะอื่น เช่น รกเกาะต่ำ ออกไปได้
แนวทางการรักษา: ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และความรุนแรง หากอายุครรภ์ครบกำหนดหรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤต แพทย์จะตัดสินใจทำผ่าคลอดฉุกเฉิน (Emergency C-Section) ทันที แต่หากการลอกตัวมีเพียงเล็กน้อยและอายุครรภ์ยังไม่ถึงกำหนด แพทย์อาจพิจารณาให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและให้ยาเพื่อช่วยเร่งพัฒนาการปอดของทารก
เสริมสร้างสุขภาพครรภ์คุณภาพและดูแลสมดุลร่างกายที่ MFC Clinic
การเตรียมความพร้อมทางสุขภาพและการดูแลระบบไหลเวียนเลือดให้แข็งแรงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่ MFC Clinic คลินิกดูแลมารดาและทารกในครรภ์ เรามีบริการดูแลสุขภาพเชิงลึกที่ช่วยส่งเสริมความสมบูรณ์ของร่างกายคุณแม่ผ่านโปรแกรมการตรวจระดับสารอาหารและแร่ธาตุ (Nutritional Analysis) เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อความแข็งแรงของผนังมดลูกและรก รวมถึงการดูแลด้วยวิตามินและแร่ธาตุเข้มข้นผ่านทางหลอดเลือด (IV Drip) ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อช่วยปรับสมดุลระบบการทำงานของร่างกายและลดภาวะอักเสบในระดับเซลล์ ช่วยให้คุณแม่มีความพร้อมทางร่างกายสูงสุดในการดูแลหนึ่งชีวิตสำคัญได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดระยะเวลาการอุ้มท้อง
สรุป
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากและอาจเกิดขึ้นกะทันหัน แต่การที่กลุ่มคุณแม่มีความรู้ความเข้าใจในสัญญาณอันตรายและการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตของทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้ การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ การควบคุมระดับความดันโลหิต และการงดพฤติกรรมเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการติดต่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาได้เลย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
คำถามที่พบบ่อย
รกลอกตัวก่อนกำหนดสามารถหายเองได้หรือไม่?
ภาวะนี้ไม่สามารถหายเองได้ หากมีเลือดออกทางช่องคลอดและปวดท้อง ทำให้ส่งสัยภาวะรกลอกก่อนกำหนด แพทย์จะจำเป็นวินิฉัยและต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล อาจต้องมีการคลอดฉุกเฉินเพราะรกลอกตัวสามารถรุนแรงขึ้นและทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ความเครียดส่งผลให้เกิดรกลอกตัวก่อนกำหนดจริงไหม?
ความเครียดโดยตรงอาจไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ความเครียดที่ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Acute Hypertension) อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้รกลอกตัวได้ ดังนั้นการรักษาสุขภาพจิตให้ผ่อนคลายหรือควบคุมความดันโลหิตจึงมีความสำคัญ
หากเคยเป็นภาวะนี้ในครรภ์แรก ครรภ์ที่สองจะป้องกันได้อย่างไร?
ถือว่าเป็นการตั้งครรภที่เสี่ยงสูง(High Risk Pregnancy) แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ควรแจ้งประวัติกับแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่ฝากครรภ์ แพทย์จะทำการดูแลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ควบคุมความดันโลหิตอย่างเข้มงวด และอาจพิจารณาการใช้ยาบางชนิดเพื่อลดความเสี่ยงตามดุลยพินิจของแพทย์
การออกกำลังกายหนักๆ ทำให้รกลอกตัวได้หรือไม่?
การออกกำลังกายอาจไม่ได้ส่งผลโดยตรง แต่การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงหรือมีโอกาสทำให้หกล้ม ซึ่งมีความเสี่ยงที่แรงกระชากจะทำให้รกลอกตัว คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกการออกกำลังกายที่ปลอดภัย เช่น การเดินเบาๆ หรือโยคะคนท้องภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
อาการท้องแข็งแบบไหนที่ควรสงสัยรกลอกตัวก่อนกำหนด?
อาการท้องแข็งที่เข้าข่ายรกลอกตัวคือ มดลูกจะแข็งเกร็งค้างอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการคลายตัว และมักจะมีอาการปวดร่วมด้วยอย่างรุนแรงร่วมกับมีเลือดออกหรือไม่ก็ได้ต่างจากการท้องแข็งเตือนที่จะมีการแข็งและคลายสลับกันไป





