Author : admin
Share

สารบัญ
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาพิเศษที่คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพให้พร้อมสมบูรณ์ทั้งตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ หลายคนสงสัยว่าคนท้องฉีดวัคซีนได้ไหม คำตอบคือได้ เพราะการฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พร้อมส่งต่อภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ขอนแก่น พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับคุณแม่แต่ละคน

วัคซีนคืออะไร?
วัคซีนคือสารชีวภาพที่ผลิตจากเชื้อโรคที่ปรับให้อ่อนแอหรือเป็นเชื้อตาย เมื่อฉีดเข้าร่างกายจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีโดยไม่ทำให้ป่วยจริง สำหรับคนท้องฉีดวัคซีนอะไรบ้างนั้นขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และความจำเป็นในการป้องกันโรคแต่ละชนิด โดยการฉีดวัคซีนไม่เพียงป้องกันโรคให้ตัวเอง แต่ยังส่งต่อภูมิคุ้มกันผ่านรกไปยังทารก ทำให้ลูกน้อยมีภูมิต้านทานโรคตั้งแต่แรกเกิด
ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์
การฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อให้คุณแม่และส่งต่อภูมิคุ้มกันผ่านทางรกไปยังทารก ทำให้ลูกน้อยมีแอนติบอดีป้องกันโรคตั้งแต่แรกเกิด วัคซีนบาดทะยักและวัคซีนอื่นๆ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อรุนแรงทั้งในแม่และทารก รวมถึงลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นการคลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักทารกต่ำ ช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันในช่วง 6 เดือนแรกที่ยังไม่สามารถรับวัคซีนได้ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกน้อยเปราะบางต่อการติดเชื้อมากที่สุด
วัคซีนที่ควรฉีดก่อนวางแผนตั้งครรภ์
ก่อนวางเตรียมตัวตั้งครรภ์มีบุตรคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมด้วยการฉีดวัคซีนบางชนิดที่ห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์ให้เสร็จสิ้นก่อน ได้แก่ วัคซีน MMR ป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน ซึ่งต้องฉีดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์เพราะเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น
การเตรียมตัว
ควรฉีดวัคซีนอีสุกอีใส 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน วัคซีน HPV ครบ 3 เข็ม และวัคซีนไวรัสตับอักเสบ A และ B เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันพร้อมสมบูรณ์ หลังฉีดวัคซีนชนิดเชื้อเป็นควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1-3 เดือนเพื่อความปลอดภัยของทารก

วัคซีนสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีวัคซีนหลักที่แนะนำให้ฉีดเพื่อป้องกันโรคและสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารกหลังคลอด ซึ่งแต่ละวัคซีนมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดและประโยชน์ที่แตกต่างกัน
วัคซีนไข้หวัดใหญ่
โรคไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปีและคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่อาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป หลายคนสงสัยว่าตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม คำตอบคือได้ เพราะวัคซีนชนิดนี้ใช้เชื้อตายที่ปลอดภัยสามารถฉีดได้ตลอดการตั้งครรภ์ สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่คนท้องกี่เดือนควรฉีดนั้น แนะนำให้ฉีดหลังอายุครรภ์ 14 สัปดาห์เป็นต้นไปเพื่อป้องกันปอดอักเสบและภาวะแทรกซ้อน พร้อมส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด (อ่านเพิ่มเติม : ข้อมูลจาก NHS ยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์)
วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (TdaP)
วัคซีนรวม 3 ชนิดในเข็มเดียวนี้เป็นวัคซีนสำคัญที่คุณแม่ทุกคนควรได้รับ โดยเฉพาะโรคไอกรนที่อันตรายมากในทารกแรกเกิด การให้วัคซีนบาดทะยักในหญิงตั้งครรภ์ร่วมกับคอตีบและไอกรนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับวัคซีนบาดทะยักฉีดตอนไหนนั้นแนะนำให้ฉีดในช่วงอายุครรภ์ 20-36 สัปดาห์ ช่วยป้องกันการติดเชื้อคอตีบที่กลับมาระบาด ป้องกันบาดทะยักระหว่างคลอด และให้ทารกมีภูมิต้านทานโรคไอกรนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน
วัคซีน RSV
เชื้อ RSV เป็นสาเหตุหลักของโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบรุนแรงในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุครรภ์ 28-36 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูระบาดของโรค จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในตัวแม่แล้วส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านทางรก การศึกษาพบว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV ในทารกได้ ช่วยปกป้องลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรก
กำหนดการฉีดวัคซีนตามอายุครรภ์
เพื่อให้คุณแม่เข้าใจง่ายและสามารถวางแผนการฉีดวัคซีนได้อย่างเหมาะสม ต่อไปนี้คือตารางกำหนดการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุครรภ์ที่แนะนำโดยสูตินรีแพทย์
ช่วงอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ขึ้นไป
คุณแม่สามารถเริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้จำนวน 1 เข็มต่อการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง หรือฉีดได้ตลอดการตั้งครรภ์ วัคซีนชนิดนี้ใช้เชื้อตายจึงปลอดภัยสำหรับทั้งแม่และลูก และควรฉีดทุกปีเพราะสายพันธุ์ไวรัสเปลี่ยนแปลง
ช่วงอายุครรภ์ 20-36 สัปดาห์
เหมาะสมสำหรับการฉีดบาดทะยักรวมกับวัคซีนคอตีบและไอกรน หรือ Tdap จำนวน 1 เข็มเพื่อให้ภูมิคุ้มกันถ่ายทอดไปยังทารกได้มากที่สุด แม้คุณแม่จะเคยฉีดวัคซีนกันบาดทะยักมาแล้วก็ควรฉีดซ้ำในทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ และในช่วงเดียวกันนี้ก็เหมาะสำหรับการฉีดวัคซีน RSV ในช่วงอายุครรภ์ 28-36 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูระบาด
ข้อควรรู้ก่อนฉีดวัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
การฉีดวัคซีนในระหว่างตั้งครรภ์มีข้อควรระวังบางประการที่คุณแม่ควรทราบเพื่อความปลอดภัย หลายคนสงสัยเรื่องวัคซีนบาดทะยักฉีดกี่เข็มนั้นขึ้นอยู่กับประวัติการฉีดก่อนหน้า โดยทั่วไปฉีด 1 เข็มในช่วงตั้งครรภ์
วัคซีนชนิดเชื้อเป็นห้ามฉีดเด็ดขาด
วัคซีนชนิดเชื้อเป็น เช่น วัคซีน MMR หัดเยอรมัน หรืออีสุกอีใส ห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาดเพราะอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ วัคซีนเหล่านี้ควรฉีดอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม หากตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจหลังฉีดวัคซีนชนิดเชื้อเป็น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนฉีด
ก่อนฉีดบาดทะยักหรือวัคซีนชนิดอื่นทุกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์เพื่อประเมินประวัติสุขภาพและความเหมาะสมส่วนบุคคล ควรฉีดวัคซีนให้ตรงตามไตรมาสที่แพทย์แนะนำเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการถ่ายทอดภูมิคุ้มกันสู่ทารก คุณแม่สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่คลินิกโดยสูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการจะให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
หลังฉีดวัคซีนอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด บวมแดง อ่อนเพลีย หรือมีไข้เล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะหายเองได้ภายใน 1-3 วัน อาการเหล่านี้แสดงว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคและไม่ใช่สัญญาณอันตรายแต่อย่างใด แต่หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ลมพิษขึ้น หรือใจสั่น ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้วัคซีน
บริการฉีดวัคซีนคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ MFC Clinic
MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ขอนแก่น มีบริการฉีดวัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ครบทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนบาดทะยักตั้งครรภ์รวมกับคอตีบและไอกรน และวัคซีน RSV โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์จะให้คำแนะนำและดูแลตามอายุครรภ์ที่เหมาะสมของคุณแม่แต่ละคน พร้อมบริการตรวจติดตามสุขภาพแม่และเด็กอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์ด้วยมาตรฐานการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพื่อนัดหมายและรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้
สรุป
การฉีดวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์เป็นการดูแลสุขภาพที่สำคัญทั้งสำหรับคุณแม่และลูกน้อย โดยวัคซีนหลักที่แนะนำคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนกันบาดทะยักรวมกับคอตีบและไอกรน และวัคซีน RSV ซึ่งแต่ละชนิดมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด การวางแผนฉีดวัคซีนร่วมกับสูตินรีแพทย์จะช่วยให้คุณแม่ได้รับการป้องกันโรคที่เหมาะสมและปลอดภัย พร้อมส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด
คำถามที่พบบ่อย
คนท้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตอนไหน?
แนะนำให้ฉีดหลังอายุครรภ์ 14 สัปดาห์เป็นต้นไป หรือสามารถฉีดได้ตลอดการตั้งครรภ์ ควรฉีดทุกปีเพราะสายพันธุ์เชื้อเปลี่ยนแปลงและภูมิคุ้มกันอยู่ได้เพียง 6-12 เดือน
วัคซีน Tdap ต้องฉีดทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ไหม?
แนะนำให้ฉีดทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันถ่ายทอดไปยังทารกได้มากที่สุดและปกป้องลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด
วัคซีน RSV จำเป็นต้องฉีดไหม?
แนะนำให้ฉีดเพราะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV ในทารก ซึ่งเชื้อนี้เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบในทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
ฉีดวัคซีนคนท้องแล้วมีผลข้างเคียงไหม?
อาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีด บวมแดง อ่อนเพลีย หรือมีไข้เล็กน้อย ซึ่งจะหายเองภายใน 1-3 วัน แต่หากมีอาการผิดปกติรุนแรงเช่นหายใจลำบากควรพบแพทย์ทันที
วัคซีนไหนที่ห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์?
วัคซีนชนิดเชื้อเป็นห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ วัคซีน MMR (หัด คางทูม หัดเยอรมัน) วัคซีนอีสุกอีใส และวัคซีนไข้เลือดออก เพราะอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์





