Author : admin
Share

สารบัญ
การวางแผนครอบครัวในยุคปัจจุบันต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกาย จิตใจ และการตรวจสุขภาพล่วงหน้าเพื่อให้การตั้งครรภ์ปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย การเตรียมพร้อมก่อนมีลูกที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสให้ทารกเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง โดย MFC Clinic Khon Kaen มีโปรแกรมเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคู่รักที่กำลังวางแผนมีบุตรโดยเฉพาะ
การเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์คืออะไร?
การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์หมายถึงการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก่อนตั้งท้อง ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 3 เดือนล่วงหน้าเพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับสภาพและได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ การวางแผนล่วงหน้านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารก

ทำไมต้องเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์?
การตั้งครรภ์จะทำให้ร่างกายคนท้องเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งฮอร์โมน อารมณ์ และสภาพร่างกาย หากคุณแม่มีสุขภาพดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ภาวะแท้ง ความดันโลหิตสูง และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่อายุมากกว่า 35 ปีหรือมีโรคประจำตัวยิ่งต้องเตรียมความพร้อมให้ดีเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก

วิธีเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์
การเตรียมตัวตั้งครรภ์ที่ดีจะช่วยให้การดูแลครรภ์ราบรื่นและปลอดภัย ต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรทำก่อนวางแผนมีลูกเพื่อให้ครรภ์มีคุณภาพและลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์
การรับประทานกรดโฟลิกเสริม
กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความผิดปกติของหลอดประสาททารก ควรรับประทาน 400 ไมโครกรัมต่อวันตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และต่อเนื่องจนครบ 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ หากคุณมีประวัติครรภ์เสี่ยงหรือมีโรคประจำตัวอาจต้องรับประทานในปริมาณที่สูงขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
การรับประทานกรดไขมันดีเอชเอ
DHA (โอเมก้า-3 ชนิดหนึ่ง) มีบทบาทสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของร่างกายคุณแม่ และเป็นไขมันตั้งต้นที่สนับสนุนพัฒนาการสมองและจอประสาทตาของทารกตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการตั้งครรภ์ จึงแนะนำให้ เริ่มรับประทานล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ เพื่อสะสมให้เพียงพอ โดยทั่วไป ควรได้รับ DHA อย่างน้อย 200 มิลลิกรัมต่อวัน (ได้จากการกินปลาทะเลไขมันดีสม่ำเสมอ หรือเสริมจากน้ำมันสาหร่าย) หากทานปลาได้น้อย หรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง แพทย์อาจพิจารณาปรับปริมาณให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล
การควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
น้ำหนักตัวที่เหมาะสมมีผลต่อโอกาสในการตั้งท้องและความปลอดภัยของการตั้งครรภ์ การมีน้ำหนักเกิน (BMI มากกว่า 25) หรือโรคอ้วน (BMI มากกว่า 30) จะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และการแท้งบุตร คุณสามารถควบคุมน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารสมดุลและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การดูแลโรคประจำตัว
หากคุณมีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคลมชัก หรือโรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม อย่าหยุดยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะการควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีก่อนตั้งท้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อทั้งคุณแม่และทารก
การตรวจสอบยาที่รับประทาน
ยาบางชนิดอาจไม่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ไม่ว่าจะเป็นยาตามแพทย์สั่งหรือยาที่ซื้อเอง รวมถึงสมุนไพรและอาหารเสริม หากคุณกำลังรับประทานยาใดๆ อยู่ควรนำมาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความปลอดภัยและปรับเปลี่ยนหากจำเป็น โดยอย่าหยุดยาด้วยตนเองเด็ดขาด
การฉีดวัคซีนที่จำเป็น
วัคซีนบางชนิดควรได้รับก่อนตั้งครรภ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อันตรายต่อทารก โดยเฉพาะวัคซีน MMR (หัด คางทูม หัดเยอรมัน) ซึ่งต้องฉีดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ หากคุณไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนครบหรือไม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบและรับวัคซีนเสริมหากจำเป็น
การตรวจโรคทางพันธุกรรม
โรคทางพันธุกรรมบางชนิดเช่น โรคธาลัสซีเมียและโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ หากคุณหรือคู่ของคุณมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ การตรวจล่วงหน้าจะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลที่เหมาะสมได้
การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์
การเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในขั้นตอนเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งท้องและลดความเสี่ยงต่อทารก สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่:
- เลิกสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง ทารกน้ำหนักน้อย และความพิการแต่กำเนิด
- หลีกเลี่ยงสารเคมีอันตราย เช่น ยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว และมูลสัตว์ ที่อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และทารกในครรภ์
การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
ร่างกายต้องการสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี การเตรียมพร้อมก่อนมีลูกควรเริ่มจากการรับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ ดังนี้
- ผลไม้และผักสด อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน โดยเฉพาะผักใบเขียวที่มีกรดโฟลิกสูง
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลเกรน เพื่อให้ได้พลังงานและใยอาหาร
- อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต เพื่อสร้างกระดูกที่แข็งแรง
- ปลาทะเล สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ได้โอเมก้า 3 แต่หลีกเลี่ยงปลาที่มีปรอทสูง
- อาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ตับ ถั่ว รับประทานคู่กับวิตามินซีเพื่อเพิ่มการดูดซึม
วิตามินและแร่ธาตุเสริม
นอกจากกรดโฟลิกแล้ว วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ก็มีบทบาทสำคัญต่อการวางแผนครอบครัว การเสริมวิตามินที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และพัฒนาการที่ดีของทารก
- วิตามินบี 12 ช่วยเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์ในสตรี
- แคลเซียม ทำให้เข้าสู่การตั้งครรภ์ด้วยภาวะโภชนาการที่ดี
- วิตามินดี ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะมีบุตรยาก
- ธาตุเหล็ก ช่วยลดภาวะซีดและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
- สังกะสี ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งท้อง
- ซีลีเนียม ช่วยป้องกันการแท้งและเพิ่มคุณภาพน้ำอสุจิ
- วิตามินอี ส่งเสริมการทำงานของตัวอสุจิและสุขภาพการเจริญพันธุ์
- CoQ10 ช่วยเรื่องคุณภาพไข่และตัวอ่อน
- DHA ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งท้องและคุณภาพตัวอ่อน
การดูแลสุขภาพจิต
ความเครียดมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนและรอบเดือน ควรลดความเครียดด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น โยคะ การทำสมาธิ การนวด และการออกกำลังกายเบาๆ หากคุณรู้สึกกังวลเศร้าหรือเครียดอย่างต่อเนื่องจนรบกวนชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก่อนตั้งท้อง
การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์
การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์จะช่วยค้นหาปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการวางแผนครอบครัว คู่รักที่สนใจสามารถดูบริการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม
- การตรวจร่างกายโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวม
- ตรวจเลือด หาความเข้มข้นของเลือด หมู่เลือด และเกล็ดเลือด
- ตรวจหาโรคติดต่อ เช่น HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี
- ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิด
- ตรวจโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะธาลัสซีเมีย
การนับวันตกไข่
การรู้จักนับวันตกไข่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งท้อง โดยทั่วไปไข่จะตกประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับจากวันแรกที่มีประจำเดือน) สำหรับผู้ที่มีรอบเดือนไม่สม่ำเสมอควรจดบันทึกรอบเดือน 8-12 เดือน แล้วคำนวณโดยเอาจำนวนวันที่สั้นที่สุดลบ 18 และยาวที่สุดลบ 11 เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์
โปรแกรมเตรียมพร้อมครรภ์คุณภาพที่ MFC Clinic
MFC Clinic มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคลสำหรับคู่รักที่เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ด้วยแพทย์เฉพาะทางร่วมให้การวางแผน โดยเรามีแพ็คเกจและเทคโนโลยีทันสมัย
“แพ็คเกจ Couple check up โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อคู่รักที่กำลังวางแผนมีบุตร”
พร้อมให้คำปรึกษาแบบองค์รวมด้านวางแผนการตั้งครรภ์อย่างครบถ้วน และรับวิตามินก่อนการตั้งครรภ์
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลา

สรุป
การเตรียมตัวตั้งครรภ์เป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่ครรภ์ที่มีคุณภาพและลูกน้อยที่แข็งแรง ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 3 เดือนล่วงหน้าด้วยการรับประทานกรดโฟลิก ควบคุมน้ำหนัก ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และดูแลสุขภาพจิต การวางแผนครอบครัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสให้การดูแลครรภ์ราบรื่นปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย
คำถามที่พบบ่อย
ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งครรภ์ล่วงหน้ากี่เดือน?
ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ และปรับสุขภาพให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์
กรดโฟลิกสำคัญอย่างไรกับการตั้งครรภ์?
กรดโฟลิกช่วยป้องกันความผิดปกติของหลอดประสาททารก ควรรับประทาน 400 ไมโครกรัมต่อวันตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนครบ 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์
ต้องตรวจสุขภาพอะไรบ้างก่อนตั้งครรภ์?
ควรตรวจเลือด ตรวจหมู่เลือด ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน และตรวจโรคทางพันธุกรรมเช่น ธาลัสซีเมีย
อาหารที่ควรทานก่อนตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
ควรทานผักใบเขียวที่มีกรดโฟลิกสูง ธัญพืชไม่ขัดสี นมและผลิตภัณฑ์นมเพื่อแคลเซียม ปลาทะเลสำหรับโอเมก้า 3 และอาหารที่มีธาตุเหล็กเช่น เนื้อแดงและตับ
วันตกไข่คำนวณอย่างไร?
วันตกไข่จะอยู่ประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน นับจากวันแรกที่มีประจำเดือน สำหรับผู้ที่มีรอบเดือนไม่สม่ำเสมอควรจดบันทึก 8-12 เดือนแล้วคำนวณตามสูตรเพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสม





