Author : admin

Share

สารบัญ

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นภัยเงียบที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาการครรภ์เป็นพิษเริ่มแรกมักไม่แสดงออกชัดเจน แต่หากปล่อยไว้อาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตทั้งแม่และลูก ภาวะนี้เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง การฝากครรภ์สม่ำเสมอและตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดย MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

ครรภ์เป็นพิษคืออะไร?

โรคครรภ์เป็นพิษหรือ Preeclampsia คือภาวะที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท พร้อมพบโปรตีนปนในปัสสาวะ มักเกิดหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ภาวะนี้เกิดจากรกฝังตัวไม่แน่น ทำให้รกได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอจนหลั่งสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น สมอง ตับ ไต และหัวใจ

ทำไมถึงเกิดครรภ์เป็นพิษ?

หลายคนสงสัยว่าครรภ์เป็นพิษเกิดจากอะไร ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและฮอร์โมนบางชนิด ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงรกหดตัวและส่งออกซิเจนไม่เพียงพอ เนื้อเยื่อรกบางส่วนจึงตายและปล่อยสารที่ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายหดตัว นำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงและความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษ

การตั้งครรภ์ครั้งแรก อายุน้อยกว่า 20 ปีหรือมากกว่า 35 ปี มีประวัติครรภ์เป็นพิษหรือคนในครอบครัวเคยเป็น ตั้งครรภ์ฝาแฝดหรือมากกว่า 2 คน มีโรคประจำตัวเช่น ความดันสูง เบาหวาน โรคไต ไทรอยด์ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน มีปัญหามีบุตรยาก ตั้งครรภ์ด้วยวิธี IVF หรือตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก

 

 

อาการเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

อาการครรภ์เป็นพิษมักไม่แสดงออกชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อมีสัญญาณเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่:

  • ความดันโลหิตสูงเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท
  • ปวดศีรษะรุนแรง มักปวดท้ายทอยหรือขมับสองข้าง
  • ตาพร่ามัวหรือเห็นแสงวาบ
  • ปวดท้องส่วนบน โดยเฉพาะใต้ลิ้นปี่
  • หายใจไม่อิ่มหรือลำบาก
  • น้ำหนักเพิ่มรวดเร็วเกิน 1.5-2 กิโลกรัมต่อเดือน
  • บวมน้ำผิดปกติ โดยเฉพาะใบหน้า มือ ข้อเท้า
  • ทารกดิ้นน้อยกว่าปกติ

 

 

ระดับความรุนแรงของครรภ์เป็นพิษ

การทราบระดับความรุนแรงจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสม โรคครรภ์เป็นพิษแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามอาการและความดันโลหิต

ระดับไม่รุนแรง (Non-Severe Preeclampsia)

คุณแม่มีความดันโลหิตสูงระหว่าง 140/90 ถึง 160/110 มิลลิเมตรปรอท พบโปรตีนในปัสสาวะปริมาณน้อยและอาจบวมปานกลาง ยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะอื่นๆ ในระดับนี้สามารถรับการดูแลแบบผู้ป่วยนอกได้ แต่ต้องมาตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดตามที่แพทย์นัด

ระดับรุนแรง (Severe Preeclampsia)

Severe Preeclampsia คือภาวะที่คุณแม่มีความดันโลหิตสูงเกิน 160/110 มิลลิเมตรปรอท หรือตรวจพบความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น ตับอักเสบ ไตทำงานลดลง เกล็ดเลือดต่ำ มีโปรตีนในปัสสาวะมาก ทารกน้ำหนักน้อยหรือโตช้า ในระดับนี้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และอาจต้องทำคลอดก่อนกำหนดเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก

ระดับรุนแรงที่สุดพร้อมอาการชัก (Eclampsia)

คุณแม่เกิดอาการชัก เกร็ง หรือหมดสติ อาจมีเลือดออกในสมอง ซึ่งเป็นภาวะคุกคามชีวิตทั้งแม่และลูก ต้องรับการดูแลเร่งด่วนในหน่วยผู้ป่วยวิกฤต แพทย์จะให้ยาป้องกันการชัก ควบคุมความดันโลหิต และอาจต้องทำคลอดทันทีแม้ทารกยังไม่ครบกำหนดเพื่อช่วยชีวิตคุณแม่

การตรวจวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษ

การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิต แพทย์จะใช้วิธีการตรวจหลายอย่างร่วมกันเพื่อประเมินความรุนแรงและวางแผนการรักษา ได้แก่:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • ตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อหาโปรตีน
  • ตรวจนับเม็ดเลือด เกล็ดเลือด ประเมินการทำงานของตับ ไต กรดยูริก
  • อัลตราซาวนด์ทารกในครรภ์เพื่อดูการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำคร่ำ และการไหลเวียนเลือดในสายสะดือ
  • การตรวจคัดกรองล่วงหน้าสำหรับคุณแม่กลุ่มเสี่ยง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ครรภ์เป็นพิษส่งผลกระทบทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ โดยเฉพาะอาการครรภ์เป็นพิษ 8 เดือนเป็นช่วงวิกฤตต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับคุณแม่

คุณแม่อาจประสบปัญหาอาการชัก เกล็ดเลือดต่ำ น้ำท่วมปอด ไตวายเฉียบพลัน ตับอักเสบหรือตับแตก และกลุ่มอาการ HELLP ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง หากไม่ได้รับการดูแลทันท่วงที อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือมีปัญหาสุขภาพถาวร เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง หรือโรคหัวใจ

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับทารก

ทารกในครรภ์อาจเจริญเติบโตช้า น้ำหนักน้อย เนื่องจากได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด รกลอกตัวก่อนกำหนดซึ่งอาจทำให้ทารกขาดออกซิเจน ทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีปัญหาปอดยังไม่สมบูรณ์ น้ำหนักน้อย หรือต้องได้รับการดูแลในหน่วยทารกแรกเกิดวิกฤติเป็นระยะเวลานาน

การรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ

วิธีรักษาครรภ์เป็นพิษให้หายขาดคือการคลอดทารกและรกออกมา แพทย์จะพิจารณาอายุครรภ์และความรุนแรงของอาการก่อนตัดสินใจ

การรักษาตามอายุครรภ์

หากอายุครรภ์น้อยกว่า 34 สัปดาห์และอาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้ยากระตุ้นปอดทารกและประคับประคองอาการไว้ โดยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หากอายุครรภ์ 34-37 สัปดาห์ แพทย์จะชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับความรุนแรงของโรค แต่ถ้าอายุครรภ์มากกว่า 37 สัปดาห์ แพทย์จะแนะนำให้คลอดทันทีโดยเร่งคลอดหรือผ่าคลอด

การดูแลระหว่างรักษา

แพทย์จะให้ยาลดความดันโลหิตเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ให้ยาป้องกันการชักในกรณีรุนแรง และเฝ้าติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด หลังคลอดแพทย์จะดูแลต่อเนื่อง 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะยังมีโอกาสเกิดความดันสูงหรือชักได้ ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์

วิธีป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษ

แม้ไม่มีวิธีป้องกันครรภ์เป็นพิษได้ทั้งหมด แต่การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและฝากครรภ์สม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงการรู้ว่าครรภ์เป็นพิษห้ามกินอะไร ได้แก่:

  • ฝากครรภ์และพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ
  • รับประทานยาแอสไพรินตามแพทย์สั่งสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 2
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดหรือโซเดียมสูงรวมถึงอาหารไขมันสูง
  • ออกกำลังกายเบาๆ สม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่พร้อมเสริมวิตามิน
  • สังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอ

บริการเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ MFC Clinic

MFC Clinic ให้บริการดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์และป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ พร้อมระบบตรวจคัดกรองล่วงหน้าด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ทันสมัย การตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงและให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยของผู้หญิง

สรุป

ภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวังอาการเตือนอย่างใกล้ชิด การฝากครรภ์สม่ำเสมอและตรวจสุขภาพตามนัดจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้เร็วและรักษาได้ทันท่วงที การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคลงได้มาก หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามกับแพทย์ผู้ชำนาญการของเราได้

 

 

คำถามที่พบบ่อย

ครรภ์เป็นพิษเกิดได้กับคุณแม่ทุกคนหรือไม่?

ครรภ์เป็นพิษเกิดได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน แต่จะพบบ่อยในกลุ่มเสี่ยง เช่น ตั้งครรภ์ครั้งแรก อายุมากกว่า 35 ปี มีโรคประจำตัว หรือตั้งครรภ์ฝาแฝด ดังนั้นควรฝากครรภ์สม่ำเสมอเพื่อเฝ้าระวังตั้งแต่เนิ่นๆ

ครรภ์เป็นพิษรักษาหายได้หรือไม่?

ครรภ์เป็นพิษจะหายขาดได้เมื่อคลอดทารกและรกออกมาเท่านั้น ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด แต่ในระหว่างตั้งครรภ์แพทย์สามารถควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้

หากเคยครรภ์เป็นพิษครั้งก่อน ครรภ์ต่อไปจะเป็นอีกหรือไม่?

คุณแม่ที่เคยครรภ์เป็นพิษมีโอกาสเกิดซ้ำในครรภ์ต่อไปได้ประมาณ 10-20% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรับประทานยาแอสไพรินตั้งแต่ต้นครรภ์ ดูแลสุขภาพให้ดี และฝากครรภ์สม่ำเสมอ

ครรภ์เป็นพิษส่งผลต่อทารกในครรภ์อย่างไร?

ครรภ์เป็นพิษอาจทำให้ทารกได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เจริญเติบโตช้า น้ำหนักน้อย มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือในกรณีรุนแรงอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้

การรับประทานยาแอสไพรินช่วยป้องกันครรภ์เป็นพิษได้จริงหรือไม่?

ยาแอสไพรินขนาดต่ำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของครรภ์เป็นพิษได้ถึง 60% ในกลุ่มคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยต้องรับประทานตั้งแต่ต้นครรภ์ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น และต้องหยุดยาก่อนคลอดอย่างน้อย 1 สัปดาห์

  • สายสะดือพันคอ อันตรายไหม? เข้าใจให้ถูก ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท

    By Published On: มีนาคม 24th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • คนท้องกินไข่ได้ไหม? กินวันละกี่ฟองจึงเหมาะสม

    By Published On: มีนาคม 19th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • กลืนน้ำตาลคนท้อง คืออะไร? ใช้ตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

    By Published On: มีนาคม 18th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • วิตามินบำรุงครรภ์ ยา อาหารเสริม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินให้เหมาะสม

    By Published On: มีนาคม 18th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้