Author : admin
Share

สารบัญ
- น้ำคร่ำ คืออะไร?
- การเจาะน้ำคร่ำ คืออะไร?
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเจาะน้ำคร่ำ
- คุณแม่กลุ่มไหนที่ควรพิจารณาเจาะน้ำคร่ำ?
- ความผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้จากการเจาะน้ำคร่ำ
- ขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ
- ข้อดีของการเจาะน้ำคร่ำ
- ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- บริการเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ MFC Clinic
- สรุป
- คำถามที่พบบ่อย
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ทุกคนต้องการให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ เจาะน้ำคร่ำจึงเป็นวิธีตรวจวินิจฉัยที่ช่วยให้ทราบสภาพสุขภาพของทารกได้แม่นยำตั้งแต่อยู่ในครรภ์ บทความนี้จะพาทำความเข้าใจเจาะน้ำคร่ำคืออะไร เจาะน้ำคร่ำเจ็บไหม ระยะเวลารอผลกี่วัน มาหาคำตอบในบทความนี้ได้เลย เขียนโดย MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
น้ำคร่ำ คืออะไร?
น้ำคร่ำ คือ ของเหลวใสสีเหลืองอ่อนที่ล้อมรอบทารกภายในถุงน้ำคร่ำ มีบทบาทปกป้องทารกจากแรงกระแทก ควบคุมอุณหภูมิ ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ รวมถึงเป็นแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจ ปริมาณน้ำคร่ำจะเพิ่มตามอายุครรภ์ก่อนจะลดลงเมื่อใกล้คลอด

การเจาะน้ำคร่ำ คืออะไร?
การเจาะน้ำคร่ำ คือหัตถการใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปดูดน้ำคร่ำออกมา โดยแพทย์ใช้อัลตราซาวด์ช่วยมองตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ตามแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระดับสากล น้ำคร่ำจะนำไปตรวจเพื่อตรวจโครโมโซมจากน้ำคร่ำ หาความผิดปกติ โรคทางพันธุกรรม การติดเชื้อ และความสมบูรณ์ของปอดทารก
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเจาะน้ำคร่ำ
การเจาะน้ำคร่ำควรทำเมื่ออายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่ทารกมีน้ำคร่ำเพียงพอและเซลล์มีจำนวนมากพอที่จะตรวจได้ดี การเจาะในช่วงนี้ช่วยให้คุณแม่มีเวลาเพียงพอตัดสินใจหรือวางแผนการดูแลหากพบความผิดปกติ การเจาะก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ไม่แนะนำเพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการเจาะไม่สำเร็จ ถุงน้ำคร่ำรั่ว และการสูญเสียทารก
คุณแม่กลุ่มไหนที่ควรพิจารณาเจาะน้ำคร่ำ?
แพทย์จะแนะนำให้เจาะน้ำคร่ำเฉพาะคุณแม่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น เนื่องจากการเจาะมีความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ กลุ่มที่ควรได้รับการตรวจได้แก่:
- คุณแม่ตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไป เมื่อนับถึงวันคลอดเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่ทารกจะเป็นดาวน์ซินโดรม
- เคยคลอดบุตรที่มีความผิดปกติของโครโมโซม หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม
- ผลการตรวจคัดกรองจากเลือดหรือ NIPT เป็นความเสี่ยงสูง ต่อความผิดปกติของโครโมโซมหรือโรคทางพันธุกรรม
- คู่สมรสมีความเสี่ยงต่อโรคธาลัสซีเมียรุนแรง หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ที่สามารถตรวจพบได้
- อัลตราซาวด์พบความผิดปกติของทารก เช่น อวัยวะพิการ หรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อในครรภ์
- เคยแท้งซ้ำหลายครั้ง หรือมีประวัติคลอดบุตรพิการแต่กำเนิดที่คาดว่าเกิดจากโครโมโซมผิดปกติ

ความผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้จากการเจาะน้ำคร่ำ
การเจาะน้ำคร่ำสามารถตรวจหาความผิดปกติหลายประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารก ซึ่งแต่ละประเภทจะมีความสำคัญและวิธีการตรวจที่แตกต่างกัน ดังนี้:
ความผิดปกติของโครโมโซม
การตรวจโครโมโซมจากน้ำคร่ำตรวจหาความผิดปกติของจำนวนและโครงสร้างโครโมโซมได้แม่นยำ เช่น ดาวน์ซินโดรม เทอเนอร์ซินโดรม พาทัวซินโดรม การตรวจนี้แม่นกว่าการตรวจคัดกรองด้วยเลือดเพราะตรวจจากเซลล์ของทารกโดยตรง ทำให้วินิจฉัยได้แน่ชัดและช่วยวางแผนการดูแลได้เหมาะสม
โรคทางพันธุกรรม
น้ำคร่ำสามารถนำไปตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่อาจถ่ายทอดมาจากพ่อหรือแม่ เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคฮีโมฟีเลีย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงดูเชนน์ โดยการสกัด DNA จากเซลล์ในน้ำคร่ำ การตรวจนี้มีประโยชน์สำหรับคู่สมรสที่เป็นพาหะหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเหล่านี้ เพื่อทราบว่าทารกได้รับการถ่ายทอดความผิดปกติหรือไม่
การติดเชื้อในครรภ์
การเจาะน้ำคร่ำช่วยตรวจหาการติดเชื้อที่อาจส่งผลกระทบต่อทารก เช่น ไซโตเมกะโลไวรัส ท็อกโซพลาสมา โดยเฉพาะกรณีคุณแม่มีอาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ การทราบผลจะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงและวางแผนการติดตามหรือรักษาได้เหมาะสม
ความสมบูรณ์ของปอดทารก
ในกรณีที่จำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนด การเจาะน้ำคร่ำสามารถตรวจวัดความสมบูรณ์ของปอดทารกได้ โดยดูจากระดับสารในน้ำคร่ำเพื่อประเมินว่าปอดพร้อมทำงานได้เองหรือยัง การตรวจนี้ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจว่าควรให้ทารกอยู่ในครรภ์ต่อหรือคลอดทันทีเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ
กระบวนการเจาะน้ำคร่ำจะดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการอย่างใกล้ชิด โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลังการเจาะเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารก
การเตรียมตัวก่อนเจาะน้ำคร่ำ
คุณแม่ไม่ต้องงดอาหารหรือน้ำก่อนการตรวจ แต่ควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องตรวจ แพทย์จะอธิบายรายละเอียดขั้นตอนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจะขอความยินยอมจากคุณแม่และคู่สมรสก่อนเริ่มดำเนินการ
ขั้นตอนการเจาะน้ำคร่ำ
แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณหน้าท้องด้วยยาฆ่าเชื้อ ใช้อัลตราซาวด์เพื่อดูตำแหน่งทารก รก และจุดที่เหมาะสมในการเจาะ จากนั้นใช้เข็มแทงผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำเพื่อดูดน้ำคร่ำออกมา กระบวนการใช้เวลาไม่นานและแพทย์จะควบคุมด้วยอัลตราซาวด์ตลอดเวลา
การดูแลหลังเจาะน้ำคร่ำ
หลังเจาะน้ำคร่ำแพทย์จะให้พักสังเกตอาการสักครู่ก่อนกลับบ้าน คุณแม่สามารถอาบน้ำได้ตามปกติแต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักเป็นเวลาหนึ่งถึงสองวัน เจาะน้ำคร่ำกี่วันรู้ผลโดยปกติจะทราบภายในสองถึงสามสัปดาห์ ถ้ามีอาการผิดปกติเช่น เลือดออก มีน้ำไหลออก ปวดท้องมาก หรือมีไข้ ให้รีบพบแพทย์ทันที
ข้อดีของการเจาะน้ำคร่ำ
การเจาะน้ำคร่ำให้ผลการวินิจฉัยที่มีความแม่นยำสูงในการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมและโรคทางพันธุกรรม ซึ่งแม่นกว่าการตรวจคัดกรองด้วยเลือด การทราบผลจะช่วยให้ครอบครัวมีเวลาเพียงพอวางแผนการดูแล เตรียมรับมือความท้าทาย หรือตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ต่อไป นอกจากนี้ยังสามารถตรวจหาโรคหลายชนิดพร้อมกันทำให้ได้ข้อมูลครบถ้วน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้การเจาะน้ำคร่ำจะเป็นหัตถการที่ทำกันมานาน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงบางประการที่คุณแม่ควรทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบรู้ ได้แก่:
- การติดเชื้อของรกและถุงน้ำคร่ำ แม้จะมีโอกาสเกิดน้อยมากแต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ จึงต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด
- น้ำคร่ำรั่วหรือน้ำเดินก่อนกำหนด เกิดจากถุงน้ำคร่ำถูกเจาะและไม่ปิดสนิท ทำให้น้ำคร่ำซึมรั่วออกมา
- เลือดออกทางช่องคลอด อาจเกิดจากเข็มถูกเส้นเลือดหรือรก แต่มักหยุดเองได้และไม่รุนแรง
- การสูญเสียทารกในครรภ์ มีความเสี่ยงในระดับต่ำ แต่คุณแม่ควรรับทราบก่อนตัดสินใจ
- การคลอดก่อนกำหนด มีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่ไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย
บริการเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ MFC Clinic
MFC Clinic ให้บริการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอดอย่างครบถ้วน โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เรามอบการดูแลแบบองค์รวมตามแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองความเสี่ยง การให้คำปรึกษาเรื่องเจาะน้ำคร่ำ การตรวจโครโมโซมจากน้ำคร่ำ การตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรม ไปจนถึงการดูแลติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
สรุป
การเจาะน้ำคร่ำเป็นหัตถการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดที่ให้ผลแม่นยำสูงในการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมและโรคทางพันธุกรรม แม้จะมีความเสี่ยงบางประการแต่ก็ถือว่าต่ำและสามารถควบคุมได้ด้วยความชำนาญของแพทย์ การตรวจนี้เหมาะสำหรับคุณแม่กลุ่มเสี่ยง เช่น อายุ 35 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม หรือผลการตรวจคัดกรองแสดงความเสี่ยงสูง สำหรับคุณแม่ที่กังวลเจาะน้ำคร่ำเจ็บไหม อาการเจ็บจะเป็นชั่วคราวและทนได้ ส่วนเจาะน้ำคร่ำกี่วันรู้ผลโดยทั่วไปใช้เวลาสองถึงสามสัปดาห์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ MFC Clinic เพื่อรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการโดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
การเจาะน้ำคร่ำเจ็บมากไหม?
การเจาะน้ำคร่ำเจ็บไหมเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย คำตอบคือจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายกับการเจาะเลือดทั่วไป โดยความเจ็บจะเกิดช่วงสั้นๆ ขณะที่เข็มแทงผ่านผิวหนัง หลังจากนั้นอาจรู้สึกกดหรือไม่สบายเล็กน้อย แต่จะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการเจาะน้ำคร่ำประมาณเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและประเภทของการตรวจโครโมโซมจากน้ำคร่ำ โดยโรงพยาบาลรัฐและเอกชนมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน บางสถานพยาบาลรัฐอาจให้บริการตรวจสำหรับคุณแม่กลุ่มเสี่ยง ควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้ากับสถานพยาบาลที่ฝากครรภ์
ใช้เวลากี่วันถึงจะทราบผลการตรวจ?
คำถามที่ว่าเจาะน้ำคร่ำกี่วันรู้ผล มีคำตอบว่าผลการเจาะน้ำคร่ำจะทราบภายในสองถึงสามสัปดาห์หลังการเจาะ เนื่องจากต้องนำเซลล์ไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเพื่อให้ได้จำนวนเพียงพอต่อการตรวจวิเคราะห์โครโมโซม บางการตรวจอาจใช้เวลาเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ
คนท้องทุกคนต้องเจาะน้ำคร่ำหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเจาะน้ำคร่ำทุกคน เพราะการเจาะมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ แพทย์จะแนะนำให้เจาะเฉพาะคุณแม่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น เช่น อายุ 35 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม ผลการตรวจคัดกรองเลือดแสดงความเสี่ยงสูง หรืออัลตราซาวด์พบความผิดปกติของทารก
หากผลการตรวจพบความผิดปกติควรทำอย่างไร?
แพทย์จะอธิบายผลการตรวจโครโมโซมจากน้ำคร่ำและความหมายของความผิดปกติที่พบอย่างละเอียด รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกในการดูแลรักษา การเตรียมตัวหลังคลอด หรือการพิจารณายุติการตั้งครรภ์ซึ่งควรปรึกษาครอบครัวอย่างรอบคอบ





