Author : รศ.นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล
Share

คันฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตอนตั้งครรภ์ ไม่ควรมองข้าม อาจเป็นสัญญาณของภาวะ ICP
อาการคันระหว่างตั้งครรภ์พบได้จากหลายสาเหตุ เช่น ผิวแห้ง ผิวหนังที่ยืดขยาย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือโรคผิวหนังบางชนิด คุณแม่ส่วนใหญ่ที่มีอาการคันจึงไม่ได้เป็นโรครุนแรง
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการคันฝ่ามือฝ่าเท้าตอนตั้งครรภ์โดยไม่มีผื่นชัดเจน คันทั่วตัว หรือคันมากขึ้นในช่วงกลางคืน ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการประเมิน เพราะอาการลักษณะนี้อาจสัมพันธ์กับภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ หรือ Intrahepatic Cholestasis of Pregnancy: ICP ได้
การมีอาการคันไม่ได้หมายความว่าเป็น ICP เสมอไป และไม่สามารถวินิจฉัยภาวะนี้จากอาการเพียงอย่างเดียว แพทย์ต้องประเมินร่วมกับการตรวจระดับกรดน้ำดีในเลือด การทำงานของตับ และการหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการคัน
อาการคันตอนตั้งครรภ์เกิดจากอะไรได้บ้าง
ระหว่างตั้งครรภ์ ผิวหนังของคุณแม่ต้องปรับตัวจากการขยายของหน้าท้องและเต้านม ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หรือมีอาการคันได้ง่ายขึ้น
สาเหตุอื่นที่อาจทำให้คัน ได้แก่ โรคผิวหนังเดิม เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การแพ้สารที่สัมผัส รวมถึงโรคผิวหนังบางชนิดที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หากมีผื่น ตุ่มแดง ผิวลอก หรือตำแหน่งของผื่นชัดเจน แพทย์จะตรวจลักษณะผิวหนังเพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม
สำหรับ ICP อาการหลักมักเป็นอาการคันโดยไม่มีผื่นที่เป็นสาเหตุโดยตรง แต่อาจพบรอยเกา รอยถลอก หรือผิวหนังอักเสบตามมาจากการเกาได้ อาการคันพบได้บ่อยระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่มีอาการคันส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น ICP แต่ควรแจ้งแพทย์หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือมีลักษณะที่น่าสงสัย
ICP หรือภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์คืออะไร
ICP ย่อมาจาก Intrahepatic Cholestasis of Pregnancy ภาษาไทยเรียกว่า ภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์
กรดน้ำดีเป็นสารที่สร้างจากตับและมีส่วนช่วยในการย่อยไขมัน เมื่อเกิด ICP การขับกรดน้ำดีออกจากตับทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ระดับกรดน้ำดีในกระแสเลือดสูงขึ้นและกระตุ้นให้เกิดอาการคัน
ภาวะนี้มักพบในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะไตรมาสที่ 3 แต่อาจเริ่มเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นได้ โดยทั่วไปอาการคันจะดีขึ้นหลังคลอด และควรตรวจติดตามเพื่อยืนยันว่าระดับกรดน้ำดีและการทำงานของตับกลับสู่ภาวะปกติ
อาการคันแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม
คุณแม่ควรแจ้งสูตินรีแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
- คันมากโดยไม่มีผื่นเป็นสาเหตุชัดเจน
- คันบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
- คันกระจายทั่วร่างกาย
- คันมากขึ้นในช่วงกลางคืน
- คันจนนอนไม่หลับ
- อาการคันรุนแรงขึ้นหรือเป็นต่อเนื่อง
- ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
- ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
- อุจจาระมีสีซีดผิดปกติ
ผู้ที่เป็น ICP ไม่จำเป็นต้องคันเฉพาะฝ่ามือและฝ่าเท้า ขณะเดียวกัน ผู้ที่คันในบริเวณดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น ICP ทุกคน การไม่มีผื่นเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบการประเมิน แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันการวินิจฉัยได้
แพทย์ตรวจภาวะ ICP อย่างไร
แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอายุครรภ์ ตำแหน่งที่คัน ช่วงเวลาที่มีอาการ การมีหรือไม่มีผื่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และอาการผิดปกติอื่น จากนั้นจึงตรวจร่างกายและผิวหนังเพื่อพิจารณาสาเหตุอื่นร่วมด้วย
1. Total serum bile acids
เป็นการตรวจระดับกรดน้ำดีรวมในเลือด ใช้ประกอบการวินิจฉัยและช่วยประเมินระดับความเสี่ยงของการตั้งครรภ์
2. การตรวจการทำงานของตับ
อาจประกอบด้วย AST, ALT และ bilirubin เพื่อประเมินความผิดปกติของตับ ทั้งนี้ ผู้ที่เป็น ICP บางรายอาจมีระดับกรดน้ำดีสูง แม้ค่าการทำงานของตับบางรายการยังไม่ผิดปกติ
อาการคันสามารถเริ่มเกิดขึ้นก่อนที่ผลเลือดจะแสดงความผิดปกติ หากอาการยังคงอยู่และไม่พบสาเหตุอื่น แพทย์อาจพิจารณาตรวจระดับกรดน้ำดีและการทำงานของตับซ้ำในภายหลัง
เกณฑ์วินิจฉัยอาจแตกต่างกันตามแนวทาง วิธีตรวจ และห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น แนวทางบางแห่งแบ่งระดับ ICP ตามระดับกรดน้ำดีสูงสุดเป็นระดับเล็กน้อย 19–39 ระดับปานกลาง 40–99 และระดับรุนแรงตั้งแต่ 100 ไมโครโมลต่อลิตรขึ้นไป อย่างไรก็ตาม แพทย์ต้องแปลผลร่วมกับอาการ อายุครรภ์ และข้อมูลของผู้ป่วย ไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงค่าเดียวเพื่อวินิจฉัยหรือกำหนดเวลาคลอด
สำหรับคุณแม่ที่มีอาการคันผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอาการคันฝ่ามือหรือฝ่าเท้าโดยไม่มีผื่น สามารถนัดหมายเพื่อรับการประเมินที่ MFC Clinic คลินิกสูติกรรมและนรีเวชกรรม โดยแพทย์จะพิจารณาอาการ ประวัติ และการตรวจเลือดที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ICP มีผลต่อคุณแม่อย่างไร
ผลกระทบสำคัญต่อคุณแม่คืออาการคัน ซึ่งบางรายอาจคันมากจนรบกวนการนอน ทำให้อ่อนเพลีย เครียด หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
บางรายอาจมีตัวเหลืองหรือตาเหลือง แต่พบไม่บ่อย โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นหลังคลอด และ ICP มักไม่ทำให้เกิดปัญหาตับระยะยาวในคุณแม่ อย่างไรก็ตาม หากอาการหรือผลเลือดยังผิดปกติหลังคลอด ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอื่น
ICP อาจส่งผลต่อทารกอย่างไร
ภาวะ ICP อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อทารก ได้แก่
- การคลอดก่อนกำหนด
- การพบขี้เทาในน้ำคร่ำ
- ภาวะแทรกซ้อนของทารกระหว่างตั้งครรภ์หรือระหว่างคลอด
- การเข้ารับการดูแลในหน่วยทารกแรกเกิด โดยเฉพาะกรณีคลอดก่อนกำหนด
- ความเสี่ยงทารกเสียชีวิตในครรภ์ โดยเฉพาะรายที่มีระดับกรดน้ำดีสูงมาก
ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันในคุณแม่ทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับระดับกรดน้ำดี อายุครรภ์ ครรภ์เดี่ยวหรือครรภ์แฝด และภาวะร่วมอื่น เช่น ครรภ์เป็นพิษหรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ในครรภ์เดี่ยว ความเสี่ยงทารกเสียชีวิตในครรภ์เพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อระดับกรดน้ำดีตั้งแต่ 100 ไมโครโมลต่อลิตรขึ้นไป ส่วนผู้ที่มีระดับต่ำกว่านี้และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ความเสี่ยงอาจใกล้เคียงประชากรตั้งครรภ์ทั่วไป แต่ยังจำเป็นต้องติดตามระดับกรดน้ำดีและวางแผนดูแลอย่างต่อเนื่อง
หากตรวจพบ ICP ต้องดูแลอย่างไร
แผนการดูแลจะพิจารณาตามระดับกรดน้ำดี อายุครรภ์ อาการของคุณแม่ โรคร่วม และข้อมูลของทารกแต่ละราย โดยอาจประกอบด้วย
- ติดตามระดับกรดน้ำดีและการทำงานของตับ
- ใช้ยา ursodeoxycholic acid หรือ UDCA ตามข้อบ่งชี้
- ประเมินสุขภาพทารกตามอายุครรภ์และระดับความเสี่ยง
- ให้คุณแม่สังเกตการดิ้นของทารกอย่างสม่ำเสมอ
- วางแผนช่วงเวลาคลอดร่วมกับคุณแม่และครอบครัว
- ติดตามอาการและผลเลือดหลังคลอด
UDCA เป็นยาที่แพทย์อาจใช้เพื่อบรรเทาอาการคันของคุณแม่ แต่ไม่ควรกล่าวว่าสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการเสียชีวิตของทารกได้อย่างแน่นอน
การติดตามสุขภาพทารกอาจได้รับการพิจารณาตามอายุครรภ์และความเสี่ยง แต่ผลตรวจที่ปกติไม่สามารถรับรองว่าจะป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งหมด คุณแม่จึงควรสังเกตการดิ้นของทารก และติดต่อสถานพยาบาลเมื่อรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงหรือรูปแบบการดิ้นเปลี่ยนไป
การเป็น ICP ต้องคลอดทันทีหรือไม่
การตรวจพบ ICP ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ทุกคนต้องคลอดทันที และไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดคลอด วิธีคลอดยังคงพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางสูติกรรมและข้อมูลของคุณแม่กับทารก
ช่วงเวลาคลอดต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์ต่อกับความเสี่ยงจากการคลอดก่อนกำหนด แนวทางของแต่ละองค์กรอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย
ในรายที่ระดับกรดน้ำดีตั้งแต่ 100 ไมโครโมลต่อลิตรขึ้นไป แนวทางวิชาชีพบางแห่งแนะนำให้พิจารณาคลอดประมาณ 35–36 สัปดาห์ ขณะที่รายที่ระดับต่ำกว่า 100 ไมโครโมลต่อลิตรอาจพิจารณาช่วงประมาณ 36–40 สัปดาห์ตามระดับกรดน้ำดีและปัจจัยเสี่ยงอื่น
ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นกรอบประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่กำหนดการตายตัว แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอายุครรภ์ ระดับกรดน้ำดี โรคร่วม ครรภ์แฝด ประวัติการตั้งครรภ์ และความพร้อมของทารก
เมื่อไรควรพบแพทย์ก่อนวันนัด
คุณแม่ควรติดต่อสูตินรีแพทย์หรือสถานพยาบาลก่อนถึงวันนัด หากมีอาการต่อไปนี้
- คันฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือคันทั่วตัวมากโดยไม่มีผื่น
- คันมากขึ้นในช่วงกลางคืน
- คันจนนอนไม่หลับหรืออาการรุนแรงขึ้น
- ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
- ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
- อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นต่อเนื่อง
- ลูกดิ้นน้อยลง
- รูปแบบการดิ้นเปลี่ยนไป
หากรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง ไม่ควรรอให้ถึงวันนัด ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมิน และไม่ควรซื้อยาแก้คันหรือยาอื่นมารับประทานเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
การดูแลและติดตามหลังคลอด
อาการคันจาก ICP มักดีขึ้นหลังคลอด แต่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าระดับกรดน้ำดีและค่าการทำงานของตับจะกลับสู่ภาวะปกติ
ควรติดตามอาการและตรวจเลือดในการตรวจหลังคลอดตามคำแนะนำของแพทย์ หากอาการยังไม่หายหรือผลเลือดยังผิดปกติ อาจต้องตรวจเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์ด้านโรคตับตามความเหมาะสม
ผู้ที่เคยเป็น ICP มีโอกาสเกิดซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป จึงควรแจ้งประวัติแก่แพทย์ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ และแจ้งแพทย์ทันทีหากเริ่มมีอาการคัน
ดูแลครรภ์อย่างใกล้ชิดที่ MFC Clinic ขอนแก่น
หากคุณแม่มีอาการคันมากโดยไม่มีผื่น โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือมีอาการคันมากขึ้นในช่วงกลางคืน ไม่ควรวินิจฉัยหรือซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ และพิจารณาตรวจระดับกรดน้ำดีในเลือด การทำงานของตับ รวมถึงติดตามสุขภาพทารกตามความเหมาะสม
MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ขอนแก่น ให้บริการประเมินและดูแลการตั้งครรภ์ ตั้งแต่การวางแผนก่อนตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ การดูแลครรภ์ความเสี่ยงสูง ตลอดจนการติดตามภาวะที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยสูตินรีแพทย์ อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
คุณแม่ที่มีอาการคันผิดปกติ ผลตรวจตับผิดปกติ หรือกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ สามารถนัดหมายเพื่อรับการประเมินและวางแผนติดตามที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์แต่ละรายได้
หากสังเกตว่าทารกดิ้นน้อยลงหรือรูปแบบการดิ้นเปลี่ยนไป ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยไม่รอถึงวันนัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ICP
คันฝ่ามือตอนตั้งครรภ์หมายความว่าเป็น ICP หรือไม่
ไม่เสมอไป อาการคันอาจเกิดจากผิวแห้ง โรคผิวหนัง หรือสาเหตุอื่น แต่หากคันมากโดยไม่มีผื่น โดยเฉพาะตอนกลางคืน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณาตรวจเลือด
ICP ต้องคันเฉพาะฝ่ามือและฝ่าเท้าหรือไม่
ไม่จำเป็น ผู้ที่เป็น ICP อาจคันบริเวณอื่นหรือคันทั่วร่างกายได้ แต่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อย
ผลตรวจเลือดครั้งแรกปกติ ยังสามารถเป็น ICP ได้หรือไม่
เป็นไปได้ เพราะอาการคันอาจเริ่มก่อนที่ระดับกรดน้ำดีหรือค่าการทำงานของตับจะแสดงความผิดปกติ หากยังมีอาการ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดซ้ำ
หากเป็น ICP ต้องผ่าตัดคลอดหรือไม่
ไม่จำเป็น การเป็น ICP เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ให้ผ่าตัดคลอด วิธีคลอดขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางสูติกรรมและข้อมูลของคุณแม่กับทารก
หลังคลอดอาการ ICP จะหายหรือไม่
อาการคันมักดีขึ้นหลังคลอด แต่ควรตรวจติดตามระดับกรดน้ำดีและการทำงานของตับเพื่อยืนยันว่ากลับสู่ภาวะปกติ
ICP มีโอกาสเกิดซ้ำหรือไม่
มีโอกาสเกิดซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ผู้ที่เคยเป็น ICP จึงควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์
สรุปสิ่งสำคัญที่คุณแม่ควรรู้
อาการคันระหว่างตั้งครรภ์เกิดได้จากหลายสาเหตุ และผู้ที่มีอาการคันส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น ICP
แต่หากมีอาการคันมากโดยไม่มีผื่น โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือคันมากในช่วงกลางคืน ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
การตรวจสำคัญคือระดับกรดน้ำดีในเลือดและการทำงานของตับ หากผลตรวจครั้งแรกยังปกติแต่อาการคันต่อเนื่อง แพทย์อาจพิจารณาตรวจซ้ำ
เมื่อตรวจพบ ICP การดูแลและวางแผนคลอดจะพิจารณาตามระดับกรดน้ำดี อายุครรภ์ โรคร่วม และข้อมูลของคุณแม่กับทารกแต่ละราย ไม่ได้หมายความว่าต้องคลอดทันทีหรือผ่าตัดคลอดทุกคน





