Author : toey.piyawan@bon8creative.com

Share

สารบัญ

ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือทารกตายในครรภ์ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะเป็นเหตุสร้างความสะเทือนใจต่อครอบครัวอย่างมาก ทางการแพทย์ให้นิยามภาวะนี้ถึงการเสียชีวิตของทารกหลังจากอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป หรือน้ำหนักทารกมากกว่า 500 กรัม ทาง MFC Clinic คลินิกเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จึงรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสัญญาณเตือน ความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนที่คุณแม่ต้องระวัง มาให้ศึกษากันในบทความนี้

อาการเตือนที่บ่งบอกภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์

อาการเตือนที่บ่งบอกภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์

คุณแม่สามารถสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณเตือนได้ด้วยตัวเอง ก่อนต้องเผชิญหน้ากับภาวะที่อันตราย ดังนี้

  • ทารกหยุดดิ้น หรือดิ้นน้อยลงมาก: เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด คุณแม่ควรเริ่มนับจำนวนครั้งลูกดิ้นอย่างสม่ำเสมอหลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ หากรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงจากปกติอย่างชัดเจน หรือไม่ดิ้นเลย ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือรีบพบแพทย์ทันที
  • ขนาดมดลูกไม่เพิ่มขึ้น: เมื่อตรวจครรภ์แล้วพบว่ายอดมดลูกไม่สูงขึ้นตามอายุครรภ์ หรือน้ำหนักตัวของคุณแม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • อาการแพ้ท้องหายไปอย่างรวดเร็ว: ในคุณแม่บางรายอาจพบว่าอาการตึงคัดเต้านมหายไป หรืออาการแพ้ท้องหยุดลงกะทันหัน
  • มีเลือดออกหรือน้ำคร่ำเดิน: หากมีมูกเลือดหรือของเหลวใสไหลออกมาจากช่องคลอด อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์

ภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยแบ่งเป็นสาเหตุหลักสำคัญได้ดังนี้

  1. ปัญหาจากรกและสายสะดือ
    เช่น รกรอกตัวก่อนกำหนด สายสะดือพันกันจนแน่น หรือสายสะดือย้อย ซึ่งขัดขวางการส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารก
  2. ภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่
    โดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ หรือ ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดที่ผ่านรก รวมถึงโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
  3. ความผิดปกติของทารก
    อาจเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของโครโมโซม หรือความผิดปกติแต่กำเนิดของอวัยวะสำคัญ รวมถึงการติดเชื้อในครรภ์ (Infection) ที่ส่งผลต่อทารกโดยตรง

ทารกเสียชีวิตในครรภ์ อันตรายต่อคุณแม่ไหม?

ทารกเสียชีวิตในครรภ์ อันตรายต่อคุณแม่ไหม?

หากทารกเสียชีวิตแล้วยังค้างอยู่ในมดลูกเป็นเวลานานเกินกว่า 2-4 สัปดาห์ อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่ได้ดังนี้

  • ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ (DIC): ร่างกายจะหลั่งสารจากการสลายตัวของทารกเข้าสู่กระแสเลือดคุณแม่ ทำให้กลไกการแข็งตัวของเลือดเสียไป ส่งผลให้เลือดออกง่ายและหยุดยาก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การติดเชื้อในมดลูก: หากน้ำคร่ำแตกหรือมีเชื้อโรคเข้าไปในโพรงมดลูก อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงจนลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้
  • ผลกระทบทางจิตใจ: ภาวะเศร้าโศกจากการสูญเสียอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าหลังคลอดที่รุนแรง คุณแม่จึงควรได้รับการดูแลทางด้านจิตใจควบคู่ไปกับการรักษาทางกาย

แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อยืนยันว่าหัวใจทารกหยุดเต้น และดูปริมาณน้ำคร่ำ
    (แนะนำบริการอัลตราซาวด์ 4 มิติ พร้อมปรึกษาแพทย์ ที่ MFC Clinic ขอนแก่น)
  • การตรวจเลือดคุณแม่: เช็กระดับการแข็งตัวของเลือดและตรวจหาการติดเชื้อ
  • การยุติการตั้งครรภ์: เมื่อยืนยันการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะวางแผนยุติการตั้งครรภ์โดยพิจารณาจากอายุครรภ์ ภาวะของมารดา ประวัติการคลอด และข้อบ่งชี้ทางสูติกรรม โดยหลายกรณีสามารถกระตุ้นให้คลอดทางช่องคลอดได้

บริการเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ที่ MFC Clinic

ความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยคือหัวใจสำคัญของเรา MFC Clinic ขอนแก่น คลินิกสูติกรรมและนรีเวชกรรม โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) พร้อมให้การดูแลและตรวจประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ความละเอียดสูง หากคุณแม่พบความผิดปกติ เช่น ลูกดิ้นน้อยลง หรือมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะครรภ์เสี่ยง สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและตรวจเช็กอย่างละเอียดได้ทันที

สรุป

ภาวะทารกเสียชีวิตในครรภ์เป็นภาวะรุนแรงที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ทันทีเมื่อมีข้อสงสัย โดยเฉพาะเมื่อคุณแม่รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงจากปกติ ไม่ดิ้น มีเลือดออก น้ำเดิน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย การวินิจฉัยยืนยันทำได้ด้วยอัลตราซาวด์ และแนวทางดูแลรักษาจะขึ้นกับอายุครรภ์ ภาวะของมารดา และข้อบ่งชี้ทางสูติกรรมในแต่ละราย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก!

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าลูกหยุดดิ้น ต้องรอนานแค่ไหนถึงควรไปหาหมอ?

หากรู้สึกว่าลูกไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยลงจากปกติอย่างชัดเจน ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอจนถึงวันถัดไป

ทารกเสียชีวิตในครรภ์ครั้งนี้ ครั้งหน้าจะเป็นอีกไหม?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากโครโมโซมผิดปกติโอกาสเกิดซ้ำอาจต่ำ แต่หากเกิดจากโรคประจำตัวของคุณแม่ที่ไม่ได้ควบคุม ความเสี่ยงในครรภ์ถัดไปจะยังคงมีอยู่ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนก่อนตั้งครรภ์ครั้งใหม่

การผ่าตัดคลอดจะช่วยป้องกันทารกตายในครรภ์ได้ไหม?

แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดคลอดในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ว่าทารกอยู่ในภาวะวิกฤตเท่านั้น แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจติดตามสุขภาพทารกตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

หลังแท้งหรือเสียชีวิตในครรภ์ ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะท้องใหม่ได้?

โดยทั่วไปแนะนำให้พักร่างกายอย่างน้อย 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับอายุครรภ์และวิธีการยุติการตั้งครรภ์ และควรหาสาเหตุของการเสียชีวิตเพื่อป้องกันในครรภ์ถัดไป

ความเครียดของคุณแม่ส่งผลให้ทารกตายในครรภ์ได้จริงไหม?

ความเครียดโดยตรงอาจไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ความเครียดรุนแรงส่งผลต่อความดันโลหิตและพฤติกรรมการทานอาหาร ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อสุขภาพทารกได้