Author : admin

Share

สารบัญ

 

วัคซีนคือเกราะป้องกันที่ช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเด็กได้รับวัคซีนตามช่วงวัยที่เหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงได้มาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนให้ลูกน้อยครบถ้วนตั้งแต่แรกเกิด

 

 

วัคซีนเด็ก คืออะไร?

วัคซีน คือ สารชีววัตถุที่ผลิตจากเชื้อโรคที่ลดความรุนแรงลงหรือเชื้อที่ตายแล้ว เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานและจดจำเชื้อโรคนั้นๆ ทำให้เมื่อเจอเชื้อจริงในอนาคตร่างกายจะสู้กับโรคได้ทันที วัคซีนเด็กจึงเปรียบเสมือนการฝึกซ้อมให้ภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับโรคร้าย

ทำไมต้องฉีดวัคซีนให้ลูก?

การฉีดวัคซีนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานโรคได้เอง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง การฉีดวัคซีนในเด็กจะช่วยป้องกันโรคร้ายแรงและลดโอกาสการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อม เช่น ในโรงเรียน สนามเด็กเล็ก หรือสถานที่ที่มีเด็กหมู่มาก

วัคซีนแบ่งเป็นกี่ประเภท?

Vaccine ในเด็กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นซึ่งเด็กทุกคนควรได้รับตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย และวัคซีนเสริมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาให้ลูกได้รับเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการฉีดวัคซีนเด็กมาตรฐานสากล

วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นตามช่วงอายุ

คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจตารางการฉีดวัคซีนเด็กตามช่วงวัยของลูก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยได้รับการป้องกันโรคอย่างครบถ้วน ต่อไปนี้คือวัคซีนสำคัญที่แนะนำให้เด็กได้รับตามช่วงอายุต่างๆ

วัคซีนสำหรับทารกแรกเกิด

เมื่อลูกน้อยเพิ่งคลอดควรได้รับวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) ก่อนออกจากโรงพยาบาล พร้อมกับวัคซีนตับอักเสบบี (HBV) เข็มแรกภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด เด็กฉีดวัคซีนในช่วงแรกเกิดจะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 2 เดือน

ในช่วงนี้ลูกควรได้รับวัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค ได้แก่ คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และฮิบ (DTP-HB-Hib) พร้อมวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV) และวัคซีนโรต้า (Rota) นอกจากนี้ยังมีวัคซีนเสริมป้องกันโรคปอดบวม (IPD) ที่แนะนำให้ฉีดด้วย

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 4 เดือน

ลูกต้องได้รับวัคซีนรวมป้องกัน 5 โรคเข็มที่ 2 พร้อมวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทานและชนิดฉีด (IPV) 1 เข็ม รวมถึงวัคซีนโรต้าครั้งที่ 2 และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมครั้งที่ 2

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 6 เดือน

ช่วงนี้ลูกจะได้รับวัคซีนรวมป้องกัน 5 โรคเข็มที่ 3 วัคซีนโปลิโอชนิดรับประทานครั้งที่ 3 และวัคซีนโรต้าครั้งที่ 3 พร้อมวัคซีนเสริมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมครั้งที่ 3

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 9-12 เดือน

เมื่อลูกอายุครบ 9 เดือนควรได้รับวัคซีนรวมป้องกันหัด หัดเยอรมัน และคางทูม (MMR) เข็มแรก ในช่วงอายุ 12-15 เดือนควรได้รับวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มแรก พร้อมวัคซีนเด็กเสริมอื่นๆ เช่น วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV) และวัคซีนอีสุกอีใส (VZV)

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือน

ในช่วงนี้ลูกต้องได้รับวัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (DTP) เข็มที่ 4 กระตุ้น พร้อมวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV) ครั้งที่ 4 การฉีดวัคซีนในเด็กช่วงนี้เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายจดจำเชื้อโรคและพร้อมต่อสู้

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 2-4 ปี

เด็กควรได้รับวัคซีนรวมป้องกันหัด หัดเยอรมัน และคางทูม (MMR) เข็มที่ 2 พร้อมวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มที่ 2 นอกจากนี้ยังมีวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสเข็มที่ 2 และวัคซีนตับอักเสบเอสำหรับลูกที่ยังไม่ได้ฉีด

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 4-6 ปี

ช่วงก่อนเข้าเรียนประถมลูกควรได้รับวัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (DTP) เข็มที่ 5 กระตุ้น พร้อมวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV) ครั้งที่ 5 การได้รับวัคซีนครบจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในห้องเรียน

วัคซีนสำหรับเด็กอายุ 11-12 ปี

เด็กผู้หญิงในช่วงชั้น ป.5 ควรได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี (HPV) จำนวน 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน นอกจากนี้ยังมีวัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก (Td) เข็มกระตุ้นสำหรับเด็กชั้น ป.6

 

 

วัคซีนเสริมที่แนะนำสำหรับเด็ก

นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว ยังมีวัคซีนเสริมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาให้ลูกได้รับเพิ่มเติม ต่อไปนี้คือวัคซีนเด็กเสริมที่ควรพิจารณา คุณพ่อคุณแม่สามารถดูรายละเอียดบริการวัคซีนเสริมเพิ่มเติมได้

  • วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม (PCV)

วัคซีนนี้อาจช่วยป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 2 เดือน จำนวน 4 เข็ม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง วัคซีนชนิดนี้อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  • วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก (EV71)

วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัส 71 แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี จำนวน 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน แม้ว่าวัคซีนนี้จะไม่อยู่ในโปรแกรมวัคซีนพื้นฐาน แต่อาจช่วยลดความรุนแรงของอาการโดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด

  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แนะนำให้ฉีดทุกปีปีละครั้งตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล การฉีดวัคซีนครั้งแรกในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีจะต้องฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน วัคซีนนี้อาจช่วยลดโอกาสป่วยและลดการแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง

  • วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (DEN)

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกแนะนำสำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไปที่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยฉีดจำนวน 2-3 เข็มห่างกัน 6 เดือน วัคซีนนี้อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ฉีดในเด็กที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

  • วัคซีนตับอักเสบเอ (HAV)

วัคซีนตับอักเสบเอช่วยป้องกันโรคตับอักเสบเอที่ติดต่อจากอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 12 เดือนขึ้นไป โดยมี 2 แบบคือ ชนิดเชื้อมีชีวิตฉีด 1 เข็ม และชนิดเชื้อไม่มีชีวิตฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน วัคซีนนี้อาจช่วยป้องกันภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน

  • ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (Nirsevimab)

สำหรับเด็กแรกเกิดถึงอายุ 24 เดือน เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดการป่วยรุนแรงที่ต้องนอนโรงพยาบาลได้ราว 80% ซึ่งจะออกฤทธิ์ทันทีและคุ้มครองอย่างน้อย 5 เดือน โดยทั่วไปแนะนำฉีด 1 เข็มก่อนช่วงฤดูระบาด (ในประเทศไทยประมาณเดือน มิ.ย.–ต.ค.) โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ทารกที่คลอดก่อนกำหนด เป็นโรคหัวใจหรือปอด หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

 

การเตรียมตัวก่อนพาลูกไปฉีดวัคซีน

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การฉีดวัคซีนในเด็กเป็นไปอย่างราบรื่น ควรนำสมุดบันทึกวัคซีนมาทุกครั้งเพื่อบันทึกข้อมูล หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนขณะที่ลูกมีไข้สูง และควรแจ้งแพทย์หากลูกเคยมีประวัติแพ้ยาหรืออาหารใดๆ เพื่อให้แพทย์สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสม

ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับวัคซีนเด็ก ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ผลลัพธ์จากการฉีดวัคซีนอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับลูกของคุณโดยเฉพาะ

บริการฉีดวัคซีนเด็ก สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกน้อย ที่ MFC Clinic

MFC Clinic มอบบริการฉีดวัคซีนเด็กครบวงจรด้วยทีมกุมารแพทย์ที่มีความชำนาญ พร้อมระบบการดูแลที่ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่การประเมินสุขภาพ การวางแผนตารางวัคซีนตามช่วงวัย ไปจนถึงการติดตามอาการหลังฉีดอย่างใกล้ชิด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายฉีดวัคซีน สามารถติดต่อสอบถามได้ทันที

 

 

สรุป

การฉีดวัคซีนให้ลูกครบถ้วนตามช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม วัคซีนอาจช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อร้ายแรงและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมและติดตามตารางฉีดอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าลูกพลาดฉีดวัคซีนต้องเริ่มใหม่หรือไม่?

ไม่ต้องเริ่มใหม่ หากพลาดการฉีดวัคซีนบางเข็ม สามารถฉีดต่อจนครบตามกำหนดได้เลย โดยปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนตารางการฉีดใหม่ให้เหมาะสมกับช่วงอายุของลูก

วัคซีนมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือไข้เล็กน้อย เจ็บบริเวณที่ฉีด หรือร้องกวน มักเกิดภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีดและหายเองได้ภายในไม่กี่วัน อาการข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติรุนแรงควรพบแพทย์ทันที

ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี?

เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ตลอดเวลา วัคซีนจึงต้องปรับสูตรใหม่ทุกปีให้ตรงกับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาด การฉีดทุกปีจึงอาจช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้

วัคซีน HPV ฉีดในเด็กชายได้หรือไม่?

สามารถฉีดได้ วัคซีน HPV ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กผู้หญิง และป้องกันโรคหูดหงอนไก่กับมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชาย แนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9-14 ปี จำนวน 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน

ควรตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนหรือไม่?

สำหรับเด็กที่เกิดจากแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี แนะนำให้ตรวจภูมิคุ้มกันเมื่ออายุ 9-12 เดือนหลังฉีดวัคซีนครบ เพื่อยืนยันว่ามีภูมิคุ้มกันจริงและไม่ติดเชื้อ สำหรับวัคซีนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องตรวจ

  • หมอ MFM คือใคร ต่างจากสูติแพทย์ทั่วไปอย่างไร ใครบ้างควรพบ

    By Published On: เมษายน 22nd, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • ทารกเสียชีวิตในครรภ์ มีอาการเตือนอย่างไร อันตรายต่อคุณแม่ไหม

    By Published On: เมษายน 8th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • ตั้งครรภ์แฝด เสี่ยงอย่างไร อัลตราซาวด์เจอตอนไหน มีวิธีดูแลยังไง

    By Published On: เมษายน 8th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้
  • หลังคลอดกี่เดือนถึงท้องได้ ตั้งครรภ์ติดกันเร็วเกินไปเสี่ยงต่อคุณแม่กว่าที่คิด

    By Published On: เมษายน 7th, 2026Categories: สุขภาพน่ารู้