Author : admin

Share

สารบัญ

 

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญที่ว่าที่คุณแม่ทุกคนควรทำคือการฝากครรภ์ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะช่วยดูแลสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ให้ปลอดภัยตลอดช่วง 9 เดือน วันนี้เรามีข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับการฝากครรภ์มาฝาก ตั้งแต่ควรเริ่มเมื่อไหร่ มีกี่ครั้ง และแต่ละครั้งจะตรวจอะไรบ้าง เพื่อให้คุณแม่มือใหม่เตรียมพร้อมได้อย่างมั่นใจกับคลินิกสูติ-นรีเวชที่เชื่อถือได้

 

 

การฝากครรภ์คืออะไร?

การฝากครรภ์ (Antenatal Care) คือ การดูแลติดตามสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มการตั้งครรภ์จนถึงก่อนคลอด โดยมีสูตินรีแพทย์เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด การตรวจครรภ์ช่วยให้สามารถค้นหาปัญหาสุขภาพหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่ถูกต้องเพื่อให้การตั้งครรภ์ปลอดภัย

ทำไมต้องฝากครรภ์?

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ การไปฝากครรภ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยดูแลให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี:

  • ตรวจคัดกรองความเสี่ยง ช่วยค้นหาโรคหรือภาวะที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะโลหิตจาง หรือโรคติดต่อต่างๆ เพื่อวางแผนการดูแลรักษาได้ทันท่วงที
  • ติดตามพัฒนาการทารก การตรวจครรภ์ช่วยตรวจสอบการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของอวัยวะทารกในครรภ์ผ่านการอัลตราซาวด์ ทำให้มั่นใจว่าลูกน้อยแข็งแรงและเติบโตตามเกณฑ์
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ช่วยลดความเสี่ยงของการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ หรือภาวะอันตรายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์
  • รับคำแนะนำด้านสุขภาพ ได้รับคำปรึกษาเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย วิตามินที่ควรรับประทาน และการเตรียมตัวสำหรับการคลอดอย่างถูกต้อง
  • สร้างความมั่นใจ การไปฝากครรภ์ทำให้ได้พูดคุยและสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์ ช่วยลดความกังวลและทำให้การตั้งครรภ์เป็นประสบการณ์ที่อุ่นใจ

ฝากครรภ์ครั้งแรก เมื่อไหร่ดี?

คุณแม่ควรเริ่มฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 4-8 สัปดาห์ และไม่ควรเกิน 12 สัปดาห์ หลายคนสงสัยว่าตรวจตั้งครรภ์ตอนไหนดี คำตอบคือควรตรวจครรภ์กี่วันหลังจากพลาดประจำเดือนประมาณ 7-10 วัน เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ จากนั้นค่อยนัดฝากครรภ์ครั้งแรกตามมาตรฐานการดูแลสุขภาพครรภ์สากล

การเตรียมตัวก่อนฝากครรภ์

ก่อนที่จะไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณแม่ควรเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้านเพื่อให้การตรวจครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่น:

  • เลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่เหมาะสม พิจารณาจากระยะทางที่สะดวกในการเดินทาง ความน่าเชื่อถือของแพทย์และสถานพยาบาล รวมถึงงบประมาณที่เหมาะสม
  • รวบรวมข้อมูลสุขภาพ เตรียมประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการตั้งครรภ์ครั้งก่อน และประวัติโรคในครอบครัว
  • จดบันทึกรอบเดือน บันทึกวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) เพื่อช่วยในการคำนวณอายุครรภ์และกำหนดคลอดเมื่อไปตรวจท้อง
  • เตรียมเอกสาร โดยทั่วไปใช้บัตรประชาชนของคุณแม่และคุณพ่อ แต่แนะนำให้สอบถามกับสถานพยาบาลล่วงหน้า
  • จดคำถามที่อยากถาม เขียนคำถามหรือข้อสงสัยที่อยากปรึกษาแพทย์ไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ลืม

 

 

ฝากครรภ์ครั้งแรก ตรวจอะไรบ้าง?

การฝากครรภ์ครั้งแรกจะมีการตรวจหลายอย่างเพื่อประเมินสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างครบถ้วน:

  • ซักประวัติโดยสูติแพทย์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกัน
  • วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก ประเมินลักษณะเชิงกรานเบื้องต้นตั้งแต่การตรวจท้องครั้งแรกและคัดกรองภาวะความดันโลหิตสูง
  • ตรวจเลือด ตรวจความสมบูรณ์ของเลือด หมู่เลือด โรคติดต่อเช่น HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี ภาวะธาลัสซีเมีย และเบาหวาน
  • ตรวจปัสสาวะ ตรวจหาโปรตีน น้ำตาล เม็ดเลือดขาวและแบคทีเรีย เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน ภาวะไตทำงานผิดปกติและการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • อัลตราซาวด์ ยืนยันอายุครรภ์ กำหนดคลอด ดูพัฒนาการและความสมบูรณ์รวมถึงคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมและตรวจโครงสร้างของทารก เช่น หัวใจรั่ว สมองผิดปกติ เป็นต้น

การฝากครรภ์มีกี่ครั้ง? แบ่งช่วงอย่างไร?

การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพควรมีอย่างน้อย 8 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลักตามไตรมาสของการตั้งครรภ์:

ไตรมาสที่ 1 (อายุครรภ์ก่อน 14 สัปดาห์)

ช่วงนี้แพทย์จะนัดฝากครรภ์ทุก 2-4 สัปดาห์ เน้นการยืนยันการตั้งครรภ์และวางรากฐานการดูแล

ไตรมาสแรกเป็นช่วงสำคัญในการวางแผนการดูแลตลอดการตั้งครรภ์ แพทย์จะยืนยันการตั้งครรภ์ปกติในมดลูก กำหนดอายุครรภ์และวันคลอดที่แม่นยำจากการตรวจท้อง ตรวจคัดกรองโรคติดต่อและโรคทางพันธุกรรมต่างๆ รวมถึงการตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรม

ไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 15-28 สัปดาห์)

ช่วงนี้แพทย์จะนัดฝากครรภ์ทุก 4 สัปดาห์ เน้นการติดตามพัฒนาการทารกและคัดกรองโรค

ไตรมาสที่สองเป็นช่วงที่ทารกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มสามารถดูรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น การตรวจท้องในช่วงนี้จะเน้นการอัลตราซาวด์เพื่อดูเพศของทารก ตรวจความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ตำแหน่งของรกและปริมาณน้ำคร่ำ คัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และฉีดวัคซีนตามความจำเป็น เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก และ RSV

ไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 29-40 สัปดาห์)

ช่วงนี้แพทย์จะนัดฝากครรภ์ทุก 1-2 สัปดาห์ เน้นเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด

ไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด แพทย์จะติดตามการเจริญเติบโตและท่าของทารกอย่างใกล้ชิด ตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินน้ำหนักทารก ปริมาณน้ำคร่ำ และท่าทางของทารก รวมถึงสอนการนับลูกดิ้น ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสัญญาณเตือนก่อนคลอด และวางแผนวิธีการคลอดที่เหมาะสม

รายการตรวจในแต่ละไตรมาส

นอกจากการตรวจพื้นฐานที่ทำทุกครั้งเมื่อไปฝากครรภ์ เช่น วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก ตรวจปัสสาวะ และฟังเสียงหัวใจทารก:

ไตรมาสที่ 1

  • ตรวจเลือดครั้งแรก (หมู่เลือด HIV ซิฟิลิส ตับอักเสบบี ธาลัสซีเมีย ความสมบูรณ์ของเลือด)
  • อัลตราซาวด์ยืนยันการตั้งครรภ์และดูโครงสร้างอวัยวะของทารก
  • คัดกรองดาวน์ซินโดรมและโครโมโซมทารกในเลือดมารดา (NIPT)
  • ตรวจการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ไตรมาสที่ 2

  • ตรวจคัดกรองเบาหวานขณะการตั้งครรภ์
  • อัลตราซาวด์ดูโครงสร้างอวัยวะและเพศของทารก
  • เจาะน้ำคร่ำตรวจโครโมโซม (เฉพาะกรณีมีความเสี่ยง)

ไตรมาสที่ 3

  • ตรวจเลือดครั้งที่สอง (HIV กามโรค ตับอักเสบบี ความเข้มข้นของเลือด)
  • ตรวจหาเชื้อสเตร็ปโตคอคลัสกรุ๊ปบี (GBS) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อของทารกหลังคลอด
  • อัลตราซาวด์ประเมินน้ำหนักและท่าของทารก

การดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์

นอกจากการฝากครรภ์ตามนัด คุณแม่ยังควรดูแลตนเองในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งแม่และลูก:

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ และธัญพืช แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ
  • ทานวิตามินบำรุงครรภ์ โดยเฉพาะกรดโฟลิก ธาตุเหล็ก แคลเซียมและดีเอชเอ ตามที่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยง เช่น อาหารดิบ อาหารมีสารปรอท นมสดไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรือของหมักดอง
  • ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ เพื่อควบคุมน้ำหนัก ลดอาการท้องผูก ตะคริวและลดความเสี่ยงเบาหวาน
  • ดื่มน้ำเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2500 ซีซี หรือ 8-10 แก้ว เพื่อป้องกันขาดน้ำและช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนแต่หัวค่ำและอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
  • ฝึกผ่อนคลาย เช่น หายใจลึกๆ ทำสมาธิหรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เพื่อลดความเครียดระหว่างการตั้งครรภ์

การดูแลที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ฝากครรภ์กับ MFC Clinic

MFC Clinic เป็นคลินิกสูติ-นรีเวชที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์แบบองค์รวมด้วยมาตรฐานระดับสากล เรามีทีมสูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการพร้อมประสบการณ์ในการดูแลครรภ์ทุกกรณี พร้อมเทคโนโลยีการตรวจที่ทันสมัยและอุปกรณ์อัลตราซาวด์คุณภาพสูงสำหรับการตรวจครรภ์ พร้อมบริการที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนเพื่อให้ทุกครอบครัวได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน หากสนใจบริการด้านสูติ-นรีเวชครบวงจร สามารถติดต่อสอบถามได้ทุกเมื่อ

 

 

สรุป

การฝากครรภ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น คุณแม่ควรเริ่มฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และควรมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 8 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านพ้นช่วงเวลา 9 เดือนไปได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

ฝากครรภ์ครั้งแรกควรไปเมื่ออายุครรภ์เท่าไหร่?

ควรไปฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ โดยเหมาะสมที่สุดคืออายุครรภ์ 4-8 สัปดาห์ และไม่ควรเกิน 12 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์วางแผนการดูแลได้ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้น

การฝากครรภ์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปใช้บัตรประชาชนของคุณแม่และคุณพ่อ พร้อมข้อมูลประวัติสุขภาพและวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย แต่ควรสอบถามกับคลินิกหรือโรงพยาบาลล่วงหน้าเพราะแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน

ฝากครรภ์ทั้งหมดกี่ครั้ง?

การฝากครรภ์ที่มีคุณภาพควรมีอย่างน้อย 8 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ โดยความถี่จะเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้กำหนดคลอด ขึ้นอยู่กับสภาพสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละท่าน

ถ้าไม่ไปฝากครรภ์จะเป็นอย่างไร?

การไม่ฝากครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาทันเวลา ส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และทารก เช่น การแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ

ฝากครรภ์ครั้งแรกใช้เวลานานไหม?

ครั้งแรกอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพราะต้องซักประวัติละเอียดและตรวจหลายอย่าง เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และอัลตราซาวด์ ครั้งถัดไปจะใช้เวลาน้อยลง